ความรักในรูปการกระทำ

รายงานจากปากีสถาน

เนื่องจากได้เห็นการรายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์ CNN ทางอินเทอร์เน็ตของสหรัฐ
ท่านอาจารย์ได้สั่งให้คณะกู้ภัยไปทำการช่วยเหลือภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหวที่ปากีสถานอีกครั้ง

ข้ามพรมแดน เสียสละเพื่อช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยด้วยความรักต่อไป

รายงานร่วมจากกลุ่มข่าวสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และฟอร์โมซา
(ต้นฉบับเป็นภาษาจีนและอังกฤษ)

 

ต่อจากคณะรักษาพยาบาลครั้งแรกกับคณะนำสิ่งของไปช่วยเหลือภัยแผ่นดินไหว เดินทางไปรักษาพยาบาลฟรี และแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือเมื่อวันที่ 29 มกราคม - วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ปากีสถาน(รายละเอียดให้อ่านการรายงานจากธรรมสารฉบับที่ 163) เพื่อนบำเพ็ญที่มาจากฟอร์โมซา ประเทศสาธารณะประชาชนจีน ประเทศไทย เยอรมัน สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ของสมาคมนานาชาติอนุตราจารย์ชิงไห่ ได้ทำการจัดตั้งคณะกู้ภัย เดินทางไปที่ปากีสถาน เพื่อทำการรักษาพยาบาลและแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เพื่อนบำเพ็ญคณะรักษาพยาบาลเดินทางไปถึง เมืองมันเซห์รา ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองหลวง ปากีสถาน โดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ชั่วโมงครึ่ง พวกเราใช้โรมแรมที่พักเป็นศูนย์รวมการติดต่อในการแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือและรักษาพยาบาล กลุ่มแรกศิษย์ผู้พี่ชาย 2 คน อยู่เฝ้าสถานที่ ได้ช่วยเหลืองานติดต่อเรื่องรักษาพยาบาล และเพื่อนบำเพ็ญชาวสิงคโปร์ จัดเอาสิ่งของกันหนาวที่สั่งซื้อมาหุ้มห่อต่อไป ศิษย์ผู้พี่ชายชาวเยอรมันที่เดินทางมาจากอินเดีย ก็เข้าร่วมทำงานแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย (หมายเหตุ: การช่วยเหลือเหล่านี้ได้ทำตามคำแนะนำอย่างละเอียดจากท่านอาจารย์)

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ จากการนำทางของมัคคุเทศก์ เพื่อนบำเพ็ญไปที่หมู่บ้านชนบทเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองคาชมีร์ เพียงกั้นด้วยภูเขาเท่านั้น พวกเราขอยืมสถานที่ของบริษัท อีเมลล์ เป็นสถานที่รักษาพยาบาลชั่วคราว ในวันนั้น มีผู้คนมาให้ตรวจรักษาประมาณ 100 กว่าคน บางคนต้องเดินด้วยเท้า ชั่วโมงกว่าจึงจะมาถึงที่ทำการรักษาพยาบาล เนื่องจากเขตภูเขาอุณหภูมิเช้าเย็นต่างกันมาก น้ำสะอาดหายาก ผู้ป่วยเป็นโรคไข้หวัด และโรคกระเพาะอาหาร และลำไส้เป็นส่วนมาก เกือบถึงเวลาเที่ยง ศิษย์ผู้พี่ชายท่านหนึ่งเห็นมีสตรีกลุ่มหนึ่ง มีผ้าคลุมหน้านั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างบ้านรอการตรวจรักษา แต่ไม่กล้ามายืนเข้าแถว เมื่อเข้าใจสาเหตุแล้ว พวกเธอมาแต่เช้าตรู่ แต่ตามขนบธรรมเนียมประเพณี พวกเธอเข้าใกล้ผู้ชายไม่ได้ ดังนั้น ขณะที่ผู้ชายมาเบียดอยู่ที่หน้าประตูรักษาพยาบาล พวกเธอจึงเข้ามาไม่ได้ ดังนั้น พวกเราขอให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศ หลังอาหารเที่ยง สตรี เด็ก คนชราจะได้รับการตรวจรักษาก่อน อาการของพวกเขาส่วนมากจะเหมือนกัน จะมีส่วนน้อยที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เพราะหลังจากแผ่นดินไหวแล้ว ไม่เคยมีคณะตรวจรักษาพยาบาลมาเลย บวกกับเป็นสถานที่ที่ทุระกันดาน ขาดวัสดุการแพทย์ ดังนั้น แม้แต่โรคไข้หวัด กระเพาะอาหาร และลำไส้อักเสบ ซึ่งเป็นโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องรอเวลานาน เด็กบางคนมีอาการน้ำคลั่งในท้อง พวกเราต้องรีบจัดการขั้นพื้นฐานให้

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พวกเรามาถึงจังหวัดนอร์ธ เวสท์ ฟรอนเทียร์ เขตเต๊นท์ผ้าใบ ที่อยู่ข้างแม่น้ำใกล้ Gandhean ผู้ประสบภัยที่นี่ เป็นชนเผ่าจำนวนน้อยที่มาจากสถานที่เกิดเหตุทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่อยู่ใกล้เขตแด อัฟกานิสถาน และย้ายมาที่นี่ภายในอาทิตย์นี้เอง พูดภาษาที่แตกต่างกัน ต้องแปล 4 ภาษาจึงจะเข้าใจได้ เป็นงานท้าทายในการตรวจรักษา พวกเขาเรียกได้ว่า เป็นผู้อพยพของผู้อพยพ ไม่มีอะไรเลย พนักงานแปลที่พาพวกเรามาถึงที่นี่ เธอต้องไปบอกให้ผู้หญิงที่อยู่ในเต๊นท์ต่าง ๆ มาตรวจรักษา แพทย์ศิษย์พี่ชาย 2 ท่าน รู้สึกว่า เต๊นท์ที่ใช้การตรวจรักษาที่ทางพื้นที่จัดให้มันเล็กเกินไป จึงย้ายไปตรวจที่เต๊นท์อีกแห่งซึ่งอยู่ไม่ห่างไปไกลนัก บังเอิญใกล้เขตสตรี สะดวกการตรวจรักษาให้กับสตรี แม้จะมีอุปสรรคทางภาษา พวกเราก็พยายามตรวจรักษาอย่างละเอียด รวมมีคนมารับการตรวจรักษา 116 คน ขณะที่พวกเราทำการจ่ายยา ได้แจกแผ่นปลิว "ทางเลือกใหม่ในการดำรงชีวิต" ให้ด้วย และอวยพรให้พวกเขาหายวันหายคืน ขณะเดียวกันได้ตั้งภาพถ่ายเล็ก ๆของท่านอาจารย์ไว้บนโต๊ะด้วย ผู้ประสบภัยที่บริสุทธิ์ ไร้เดียงสาต่างแย่งกันขอ

ขณะที่พวกเรากำลังตรวจรักษา สังเกตตามสถานที่เกิดเหตุต่างขาดแคลนสิ่งของจำเป็นมากมาย จากการแปลของพนักงานแปลทราบว่า สิ่งที่ในพื้นที่ต้องการด่วนที่สุดคือ ถังเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพในการเก็บความร้อนและการกั้นความร้อน เตาหุงข้าว ผ้าปูพื้นนอน ตะเกียง เต๊นท์ และอาหาร ผู้ประสบภัยปกติจะเก็บกิ่งไม้แห้งมาเป็นฟืนหุงอาหาร ดังนั้น ข้างเต๊นท์จึงมักเกิดไฟไหม้อยู่เสมอ ผู้ประสบภัยบางคนพ้นจากภัยแผ่นดินไหว แต่ไม่สามารถหนีพ้นพระเพลิงไปได้ พนักงานแปลกล่าวว่า เนื่องจากอัคคีภัยแล้ว ฤดูฝนก็กำลังจะมาถึง ผู้ประสบภัยก็จะไม่มีกิ่งไม้แห้งมาหุงอาหารได้ ขาดอาหาร ขาดถ่านเป็นเรื่องที่เร่งด่วนมาก หลังจากปรึกษากันแล้ว พวกเราตัดสินใจไปตรวจรักษาพยาบาลให้กับผู้ประสบภัยตามเขตต่าง ๆ ก่อน ขณะเดียวกันก็สำรวจสิ่งของที่แต่ละเขตต้องการไปด้วย และจัดให้เพื่อนบำเพ็ญจัดซื้อด้วย สุดท้ายค่อยกลับมาเขตที่เกิดเหตุและแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัย

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พวกเรามาถึงเอตเตอร์ชีช ที่มันกาล แมนท์ชี่ ซึ่งมีเต๊นท์อยู่ประมาณ 50 เต๊นท์ ที่นี่มีคนมาตรวจรักษาประมาณ 90 คน มีเด็กคนหนึ่งมีน้ำคลั่งในท้อง ทานอาหารไม่ได้ เอาแต่ร้องไห้ อาการเช่นนี้เป็นมาเดือนสองเดือนแล้ว คุณแม่เป็นห่วงมาก พนักงานแปลกล่าวว่า ที่ปากีสถาน แม่คนหนึ่งต้องดูแลลูก ๆ หลายคน ถ้าเด็กเกิดป่วยขึ้นมาพร้อมกันและรักษาไม่หาย ความกดดันของแม่จะมีมาก ดังนั้น พวกเราจึงจ่ายยาให้หลายวัน เผื่อว่าต่อไปขาดยารักษา

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ สามีภรรยาที่เป็นแพทย์คู่หนึ่งที่มาจากสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมการตรวจรักษาด้วย พวกเรามาถึงบาตัง Batang ของเอตเตอร์ชีช ขอบคุณท่านอาจารย์ที่จัดการให้ คุณหมอสัญชาติเอาหลัก แพทย์ศิษย์พี่หญิงสหรัฐอเมริกาที่มาร่วมตรวจรักษา ทำให้สตรีในพื้นที่สามารถรับการตรวจรักษาโดยไม่ต้องกังวล

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พวกเรามาถึง Itchrean จากแผ่นดินไหวในวันที่ 8 ตุลาคมปี ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ที่นี่มักจะมีการไหวแบบอ่อน ๆ ในวันนั้นก็มีการไหวถึง 10 วินาที ที่นี่มีสตรีประมาณ 10 คน ที่สามีตายจากการเกิดแผ่นดินปีที่ผ่านมา นำพาลูก ๆ ต่อสู้กับชีวิตต่อไปอย่างกล้าหาญ วันนั้น มีผู้ป่วยมารับการตรวจรักษาประมาณ 160 คน ขณะที่พวกเรากำลังจ่ายยานั้น สังเกตเห็นภาพถ่ายสติกเกอร์ของท่านอาจารย์ เด็ก ๆ เอามาติดไว้ที่ตัวและยิ้มอย่างมีความสุข

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พวกเรามาถึงทันไดน์ บัจน์ยา ที่มีเต๊นท์อยู่ 60 ใบ ห่างจากคณะแพทย์ที่มารักษาจนถึงวันนี้ก็ 3 เดือนแล้ว ผู้ประสบภัยดีใจที่พวกเรามาทันเวลา มีผู้คนมารับการตรวจรักษา 117 คน ผู้ประสบภัยที่นี่ส่วนมาเป็นฝี พวกเราแบ่งตรวจรักษาเป็น 2 โต๊ะ อย่างละเอียด โต๊ะหนึ่งเป็นแพทย์ชาย โต๊ะหนึ่งเป็นแพทย์หญิง และให้สตรีตรวจรักษาก่อน ทำให้สตรีมากมายได้รับการตรวจรักษาดีอย่างละเอียด รวมการตรวจรักษาพยาบาลมาหลายวัน พวกเราสังเกตผู้ประสบภัยจะป่วยเป็นโรคหูอักเสบ ไข้หวัด หลอดลมติดเชื้อ ฝี ศีรษะมีเหา กระเพาะอาหารอักเสบ ลำไส้อักเสบ ท่อปัสสะวะอักเสบ กล้ามเนื้อหรือกระดูกมีอาการปวด และได้รับบาดเจ็บจากแผ่นดินไหว

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พวกเราเริ่มเวียนกลับไปแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก่อนอื่นกลับไปที่ Itchrean และ Attershesh 2 เขต จากการสอบถามของพนักงานแปลทราบว่า คนในพื้นที่ไม่ชินกับการใช้ถุงนอน ขอผ้าขนหนูให้กับพวกเขามากหน่อย นอกจากแจกผ้าขนหนูกันหนาวแล้ว พวกเราได้มอบสิ่งที่ผู้ประสบภัยต้องการมากที่สุด ประกอบด้วย ข้าวสาร แป้งสาลี ตะเกียง เต๊นท์ รวมแล้วประมาณ 220 ชุด วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ไปที่เขตภูเขาสูง Ughi เพื่อแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีนักข่าวจากหนังสือพิมพ์มันเซห์รา และนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์มาสัมภาษณ์เพื่อนบำเพ็ญ และได้รายงานตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์และออกรายการสถานีโทรทัศน์ ที่นี่ได้แจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยไป 115 ชุด มีข้าวสาร แป้งสาลี เตาตะเกียงน้ำมัน ผ้าปูพื้นนอนต่าง ๆ เป็นต้น

หนังสือกล่าวคำขอบคุณ
จากโรงพยาบาลในเขตเต๊นท์ผ้าใบ

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ เพื่อนบำเพ็ญไปแจกสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อที่ชานเมืองมันซีห์รา เป็นจำนวน 130 ชุด เที่ยวในวันนั้น นำยารักษาโรคที่เหลือไปมอบให้กับโรงพยาบาลในเขตเต๊นท์ผ้าใบ ตอนบ่ายไปที่โลเบอร์ คอทและมันกูลดูรา เพื่อแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวน 234 ชุด ประกอบด้วยข้าวสาร แป้งสาลี และถังน้ำ 117 ใบ และเตาหุงอาหาร และเมื่อทราบว่าเขตนี้ไม่มีคนมาช่วยเหลือแล้ว จึงได้เพิ่มข้าวสาร 1 ถุง แป้งสาลีอีก 1 ถุงให้กับผู้ประสบภัยด้วย

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ขณะที่พวกเราจากไป ฤดูฝนของปากีสถานก็เริ่มขึ้น พวกเราสบายใจที่เตาน้ำมันนำมาใช้ได้พอดี พนักงานแปลหญิงมาขอหนังสือตัวอย่างจากพวกเรา และสอบถามว่า ท่านอาจารย์จะมาปากีสถานเมื่อไร เธอรู้สึกว่าคณะของพวกเราต่างกับคณะอื่น ๆ สิ่งของที่พวกเราบริจาคให้นั้น เป็นที่ต้องการของผู้ประสบภัยเป็นอันดับแรก โดยไม่คำนึงถึงราคากับความสะดวกที่จะหามาให้หรือไม่ และพวกเราได้ปฏิเสธการต้อนรับของพวกเขาด้วย แม้พวกเราจะรู้สึกถึงความจริงใจ และเคารพต่อวัฒนธรรมในพื้นที่ ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้าน โดยยอมรับการต้อนรับ ก็จะต้องจ่ายตอบแทนมากกว่าค่าอาหารที่พวกเขาจัดมาให้อย่างแน่นอน เธอขอบคุณพวกเรามาก ที่มาจากประเทศที่แสนไกลเพื่อมาที่นี่ เธอบอกว่า ผู้ประสบภัยต้องการมากที่สุดคือการศึกษา หลายคนอ่านหนังไม่ออก หลังประสบภัยแล้วเลิกเรียนมีจำนวนมาก สถานที่เกิดเหตุขาดแคลนห้องเรียน เครื่องเขียน โต๊ะ เก้าอี้ เธอเองได้วิ่งเต้นไปทั่วเพื่อจัดหาทุน ได้จัดตั้งโรงเรียน 4 แห่งขึ้นมาในสถานที่เกิดเหตุเธอเองอาสาสอนหนังสือกับเป็นผู้ช่วยเหลือจัดการระหว่างโรงเรียนทั้ง 4 แห่ง ที่ปากีสถานผู้หญิงอย่างเธอมีน้อยมาก ขอบคุณการช่วยเหลือจากเธอ งานการช่วยเหลือจึงเป็นที่ต้องการอย่างเร่งด่วนของผู้ประสบภัยและสามารถเข้าสู่สถานที่เกิดเหตุที่ขาดความช่วยเหลือ เพื่อช่วยเหลือคนที่ต้องการอย่างแท้จริง นอกจากนี้ จากการนำพาของเธอ พวกเราไปเพิ่มกระดานขาว โต๊ะทำงาน เครื่องมือการเรียนการสอน ดินสอ สมุดบันทึกต่าง ๆ ให้กับโรงเรียน 2 แห่ง หวังว่าเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับเด็ก ๆ ที่หลังประสบภัยแล้วกลับมาเรียนใหม่ เป็นการให้กำลังใจพวกเขาด้วย

จากงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ พวกเรารู้สึกอย่างลึกซึ้งว่า ประชาชนชาว ปากีสถานที่เป็นมิตรและมีความรักความอบอุ่น เช่น วันที่ 11 กุมภาพันธ์ กลางคืน ขณะที่กำลังแจกจ่ายสิ่งของ เกิดฝนตกลงมาทันที ผู้ประสบภัยไม่เพียงใช้ตะเกียงมาส่องสว่างให้กับพวกเรา พร้อมทั้งกางผ้าขนหนูหรือเอาผ้าคลุมหัวออกมากันฝนให้กับพวกเรา โดยที่พวกเขายืนอยู่กลางสายฝน ยังมีเจ้าของโรงงานสินค้าที่กระตือรือร้น ช่วยพวกเราหาซื้อสินค้าทุกแห่ง ทำให้พวกเราซื้อถังน้ำที่รักษาความร้อนกับกันความร้อนได้ 741 ชุดได้อย่างราบรื่น เพื่อแก้ปัญหาน้ำใช้ น้ำดื่ม ที่ในฤดูร้อน ถูกแสงแดดส่องจนร้อนและเดือด ไม่สามารถนำมาใช้และดื่มได้ นอกจากนี้ น้องชายของคนขับรถคนหนึ่งช่วยพวกเราอยู่เงียบ ๆ มาตลอด อาสาช่วยพวกเราโม่ยา อธิบายการใช้ยากับคนไข้ จัดระเบียบ ขนสินของต่าง ๆ เป็นต้น เขารู้คุณค่าภาพถ่ายของท่านอาจารย์มาก จะคอยเก็บภาพถ่ายสติกเกอร์ของท่านอาจารย์ที่หล่นอยู่กับพื้นอย่างระมัดระวัง ทุกครั้งที่จะออกรถหรือเวลาเลิกงาน จะคอยช่วยมัดสิ่งของบนรถกับเก็บผ้าสีเหลืองไว้เป็นอย่างดี และดูแลภาพถ่ายอาจารย์ตลอดทาง พวกเราเชื่อว่าจิตวิญญาณของเขาจะต้องรู้จักท่านอาจารย์

ยังมี พนักงานแปลที่ช่วยพวกเราครั้งที่แล้วอายุก็ใกล้ 60 ปีแล้ว แต่ก่อนที่แพทย์จะตรวจโรค เขาจะสอบถาม คนไข้ถึงอายุ อาการ และเกิดโรคเมื่อไร เพื่อเป็นข้อมูลไว้ก่อน เป็นการยกระดับประสิทธิภาพในการตรวจโรคด้วย ขณะอำลา พนักงานแปลผู้นี้ เข้ามากอดพวกเรา 3 ครั้ง และมีน้ำตาคลอเบ้า ความรักความอดทนที่เขามีต่อพี่น้องและการทำงานที่เอาจริงเอาจัง ทำให้พวกเราเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง

อุปกรณ์การแพทย์ที่คณะรักษาพยาบาลใช้นั้น ในจำนวนดังกล่าวมีจำนวนมากที่เพื่อนบำเพ็ญแพทย์เป็นคนตีราคาตามคลินิก และมีเพื่อนบำเพ็ญพ่อค้ายาคิดราคาต้นทุนและได้แถมยาชนิดอื่นด้วย และมีเพื่อนบำเพ็ญแพทย์ชาวฟอร์โมซาและชาวฮ่องกง เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ จึงสนับสนุนด้วยการบริจาคยาฟรีให้ ทุกคนต่างเสียสละด้วยความรักเพื่อช่วยผู้ประสบภัย

ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ให้พร ทำให้พวกเราใช้เวลาอันสั้น บริการตรวจรักษาพยาบาลและแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้เป็นอย่างดี และให้โอกาสพวกเราที่ได้มีที่นี่ เรียนรู้เคล็ดลับของความรัก และเข้าใจถึงชีวิตตัวเองว่ามีความโชคดีและสมบูรณ์เพียงใด และได้เรียนรู้จากการทำงานที่ได้โปรยความรักของท่านอาจารย์ไปทุก ๆ แห่งได้อย่างมหัศจรรย์

 

 

 <<
ส่งหน้านี้ต่อให้เพื่อน ๆ