ความรักในรูปการกระทำ
ฟิลิปปินส์

 

 

ท่อน้ำที่พระเจ้าส่งมา

 

 

 

รายงานโดยกลุ่มข่าวฟอร์โมซา (ต้นฉบับเป็นภาษาจีน)

เดือนตุลาคมปี 2549 อนุตราจารย์ชิงไห่ ได้บริจาคเครื่องปั่นไฟฟ้าจำนวน 4 เครื่อง เพื่อช่วยเหลือมณฑลซูโซกังแห่งฟิลิปปินส์ แก้ไขความยากลำบากในการขาดแคลนน้ำ ไฟฟ้า อย่างหนักที่เกิดจากลมใต้ฝุ่นมิเลนโย พร้อมเมตตาแนะนำเพื่อนบำเพ็ญชาวฟอร์โมซา ไปที่เมืองลอสบานโนส ที่ถูกกระแสหิน โคลนที่เกิดจากไต้ฝุ่นมิเลนโยไหลถล่มอย่างหนักอีกครั้ง เพื่อสืบเสาะดูว่าในท้องถิ่นนั้นมีเหตุการณ์ขาดแคลนน้ำหรือไม่ (รายละเอียดเชิญอ่านธรรมสาร ฉบับที่ 175,176)

เพื่อนบำเพ็ญชาวฟอร์โมซา กลับไปเที่ยวสถานที่เดิม เมื่อปลายเดือนตุลาคม ไปสำรวจเมืองลอสบาโนส ที่เคยไปแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือครั้งที่แล้ว เห็นว่าสถานที่เกิดเหตุได้กลับสู่ปกติ เห็นเพียงรอยกระแสหินโคลนอยู่ข้างทางเท่านั้น และที่ตีนเขาที่ถูกกระแสหิน โคลนไหลถล่มอย่างหนักแห่งหนึ่ง ฐานของบ้านเรือนแตกหักเสียหายมาก ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งสร้างบ้านไม้แบบง่าย ๆ ชั่วคราวอยู่ตามเนินเขา และทราบว่ามีท่อน้ำยาวที่ขาดเพราะถูกกระแสหินโคลนถล่มขาด จนปัจจุบันยังไม่สามารถซ่อมแซมให้คืนสู่ปกติได้ กำนันบอกว่าไม่รู้จะทำอย่างไร ชาวบ้านต้องไปตักน้ำจากระยะทางไกล 3 กิโลเมตรมาดื่มและใช้ ไม่มีความสะดวกเลย แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อเขาทราบว่า อนุตราจารย์ ชิงไห่มีความรักความเอาใจใส่ต่อพวกเขาแล้ว ดวงตามีประกายแห่งความหวังขึ้นมาทันที เขาบอกพวกเราว่า วิธีที่ง่าย ๆ ที่จะแก้ปัญหา คือ ช่วยพวกเขาขุดบ่อน้ำขึ้นมา 2 บ่อ

เพื่อนบำเพ็ญจึงรีบไปจ้างผู้เชี่ยวชาญการขุดบ่อน้ำมาทันที ไม่คิดว่าที่ตีนเขามีแต่หินภูเขาใหญ่ ๆ ทั้งสิ้น ดำเนินการยากมาก ดังนั้น จึงตัดสินใจช่วยชาวบ้านซ่อมแซมท่อน้ำ จากการให้พรของท่านอาจารย์ ท่อน้ำที่ยาว ๆ จำนวนหลายท่อเชื่อมต่อน้ำประปาไปถึงบ้านของชาวบ้าน หลังจากติดตั้งมิเตอร์น้ำแล้ว ทุกอย่างก็สำเร็จลุล่วง หลังจากนั้น ชาวบ้านในท้องถิ่นไม่ต้องลำบาก ไปตักน้ำจากทางไกล และสามารถมีน้ำประปาที่สะอาดมาใช้ได้ ท่านอาจารย์มีความเป็นห่วงสรรพสัตว์ด้วยการดูแลไปทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้เพื่อนบำเพ็ญรู้สึกซาบซึ้งมาก ความรักของท่านเหมือนกับน้ำอมฤตที่หวานชื่น ให้ความชุ่มชื้นกับกายใจของชาวบ้านในเขตภูเขาที่อยู่ห่างไกล

ลมไต้ฝุ่นถล่มฟิลิปปินส์ ความรักของพระเจ้าให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
รายงานโดยกลุ่มข่าวฟอร์โมซา (ต้นฉบับเป็นภาษาจีน)

ลมพายุฟิลิปปินส์ปีนี้มีมากมาย หลังจากผ่านลมพายุไป 3 ครั้ง วันที่ 30 พฤศจิกายน ยังถูกลมพายุฤดูใบไม้ร่วง(ดุเรียน)ถล่มอีก ทางทิศตะวันออกของภูเขามายอนที่ห่างจากทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมะนิลา 320 กิโลเมตร เกิดกระแสหินโคลนไหลลงมาถล่ม ทำให้หมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงเสียหายล้มตายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้แล้ว ลมพายุยังทำให้เกิดกระแสหินโคลนไหลถล่มทางภาคกลางและภาคเหนือหลายแห่ง อุทกภัยกับบ้านเรือนที่พังเสียหาย การคมนาคมขัดข้อง พลังไฟฟ้ากับการสื่อสารถูกตัดขาด เหตุการณ์หนักหนาสาหัสมาก

หลังจากทราบข่าวที่น่าเศร้านี้แล้ว อนุตราจารย์ชิงไห่มีความเป็นห่วงมาก รีบบริจาคเงินจำนวน 100,000 เหรียญสหรัฐทันที พร้อมแนะนำสมาชิกสมาคมนานาชาติไปที่เกิดเหตุทันที ให้ความช่วยเหลือตามสภาพที่ต้องการอย่างเต็มที่ ขณะนั้นทางสมาคมนานาชาติเสร็จงานการประชุมจากประเทศไทยพอดี เพื่อนบำเพ็ญกำลังเดินทางกลับประเทศ ศิษย์พี่ชายหลายคนได้รับการแจ้งให้ทราบตั้งแต่ยังอยู่ในประเทศไทย พวกเขาหลังจากกลับไปถึงฟอร์โมซา เมื่อเย็นวันที่ 4 ธันวาคมแล้ว รีบไปตรวจดูเที่ยวบิน ทำวีซ่าซึ่งเป็นข่าวสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดซื้อของใช้กันฝน เครื่องส่องสว่างกับอุปกรณ์การสื่อสารต่าง ๆ ก่อนที่ร้านจะปิด เช้าวันที่ 5 เพื่อนบำเพ็ญจัดการกับเรื่องต่าง ๆ โดยใช้เวลาที่สั้นที่สุด ขึ้นเครื่องบินไปที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ทันที

อีกกลุ่มหนึ่งมีเพื่อนบำเพ็ญ 3 คน ซึ่งเป็นกลุ่มน้อยก็ได้เคลื่อนไหวเช่นกัน พวกเขาไปถึงมณฑลอาลไบย์ เมืองหลวงของเลยาสปี้ จากการนำทางของข้าราชการ ไปที่สำนักงานกู้ภัยของเทศบาลเมืองที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อพบกับผู้ว่าราชการมณฑล คุณเฟอร์แนนโด กอนซาเลสกับข้าราชการคนอื่น ๆ หลังจากสอบถามเหตุการณ์และรายการสิ่งของจำเป็นแล้ว จึงได้เดินทางไปสำรวจสถานที่เกิดเหตุที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อนบำเพ็ญ 2 กลุ่มมารวมตัวกันที่โรงแรมที่พัก จากการตรวจสอบทางอินเทอร์เน็ต หมู่บ้านที่อยู่ใกล้เมืองเลสยาสปี้ กลายเป็นสถานที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักที่ถูกกระแสหินโคลนถล่ม หนึ่งในหมู่บ้านพาดองที่อยู่ตีนเขามายอนก็ถูกกระแสหินโคลนท่วมมิด กลายเป็น "ทะเลทรายสีดำ" สภาพเสียหายอย่างหนัก

เช้าวันที่ 6 เจ้าหน้าที่กลุ่มที่ 1 เดินทางไปที่เมืองเลยาสปี้ เพื่อสำรวจ จัดซื้อ กับการบรรเทาทุกข์ เจ้าหน้าที่กลุ่มที่ 2 ทำงานรับโทรศัพท์ติดต่อ ส่งข้อมูลข่าวสารกับการจัดพิมพ์ภาพโปสเตอร์อยู่ที่ศูนย์ฟิลิปปินส์ ขณะที่เพื่อนบำเพ็ญกลุ่มที่ 2 กำลังจะออกไปเยี่ยมผู้ว่าราชการเมืองเลยาสปี้ บังเอิญได้พบกับผู้ว่าราชการเมืองคุณนออิล โรสัน ที่โรงแรมที่พักพอดี ที่แท้ผู้ว่าหลังจากบ้านถูกน้ำท่วมแล้ว พาครอบครัวมาพักอยู่ที่โรงแรมนี้ชั่วคราว ผู้ว่าได้แนะนำเพื่อนบำเพ็ญไปเมืองเลยาสปี้ช่วยเหลือหน่วยกู้ภัยหน่วยที่ 1 ศูนย์พัฒนาสวัสดิการสังคม ได้รับรู้สภาพหมู่บ้านพาดอง และข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งของจำเป็นด่วน ทราบว่ามีผู้ประสบภัยจำนวน 30,000 คน กำลังรอความช่วยเหลืออยู่

จากการแนะนำโรงงานผลิตอาหารแหล่งใหญ่หลายแห่งของข้าราชการหญิงนางมานายา เพื่อนบำเพ็ญหาพบหนึ่งในจำนวนโรงงานที่เจ้าของชื่อ คุณเอี๋ยวเหิงซาน คุณเอี๋ยวช่วยจัดการเต็มที่ ทำให้เพื่อนบำเพ็ญซื้อครบจำนวนข้าวสาร ขนมปังกรอบ น้ำดื่ม นมผงทารกต่าง ๆ ที่ต้องการในเวลาอันสั้น คืนนั้น กลุ่มถ่ายภาพมีเพื่อนบำเพ็ญ 2 ท่านกับศิษย์พี่หญิงชาวเอาหลากเดินทางจากประเทศไทยมาถึงฟิลิปปินส์ เพื่อเตรียมขึ้นเครื่องบินบินไปที่เมืองเลยาสปี้ ในเช้าวันรุ่งขึ้น

เช้าวันที่ 7 เพื่อนบำเพ็ญเริ่มเดินทางจากกรุงมะนิลา ใช้เวลา 12 ชั่วโมงในการขับรถจึงมาถึงสถานที่เกิดเหตุ รัฐบาลในท้องถิ่นจัดให้ทหารมาช่วยส่งสิ่งของต่าง ๆ ด้วย ศูนย์พักชั่วคราวของผู้ประสบภัยมีน้ำขังทั้งภายในและภายนอก ผู้คนนำเอาเก้าอี้มาวางไว้บนพื้นที่มีน้ำขังเพื่อเป็นเตียงนอน คนส่วนมากไม่มีรองเท้าใส่ ไม่มีน้ำสะอาดไว้สำหรับล้าง เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นกล่าวว่า มีเด็กบางคนเริ่มมีอาการเป็นโรคบิด เพื่อนบำเพ็ญนอกจากแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือแล้ว ยังได้แจกขนมที่ท่านอาจารย์ให้พรกับภาพถ่ายของท่านอาจารย์ มีประชาชนและทหารบางคนมาสอบถามพวกเราว่า "สตรีผู้สวยงามผู้นี้เป็นใคร?" เพื่อนบำเพ็ญจึงได้แนะนำท่านอาจารย์ให้กับพวกเขา

หลังจากนั้น เพื่อนบำเพ็ญไปที่ศูนย์พักอาศัย ที่อยู่ใกล้ภูเขามายอน ตลอดทางภาพปลักหักพังทำให้คนเห็นแล้วต่างรู้สึกหวาดกลัวมาก เมื่อไปถึงศูนย์ที่พักอาศัย เพื่อนบำเพ็ญรีบแจกขนมที่ให้พรกับสิ่งของต่าง ๆ ให้กับผู้ประสบภัยทันที ก่อนที่พวกเราจะจากไป มีประชาชนมาขอภาพถ่ายของอาจารย์ พวกเขาเหมือนจะทราบว่าเป็นสิ่งที่ปลอบใจจิตวิญญาณได้ดีที่สุด

จากการให้พรของท่านอาจารย์ ตลอดเวลาในการบรรเทาทุกข์เกิดเรื่องมหัศจรรย์มากมาย และดำเนินการไปอย่างราบรื่น ความรักของท่านอาจารย์ผ่านเพื่อนบำเพ็ญไปสู่สถานที่เกิดเหตุ ซาบซึ้งถึงจิตวิญญาณทุกคนที่พวกเราได้สัมผัส จุดประกายความหวังให้กับผู้ประสบภัย และทำให้พวกเขายิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข

วันที่ 8 เพื่อนบำเพ็ญมาพบผู้ว่าราชการเมืองเลยาสปี้ ที่สำนักงานของท่าน เขาบอกกับพวกเราว่า มีอีก 2 อำเภอที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก-จีนอบาตันกับดารากา และมีผู้ประสบภัยจำนวน 30,000 คน ที่รอความช่วยเหลืออยู่ เขาหวังว่าพี่น้องที่อยู่รอบข้างจะได้รับความช่วยเหลือด้วย ดังนั้น เพื่อนบำเพ็ญจึงจัดเตรียมงานที่จะช่วยเหลือต่อไปทันที (การช่วยเหลือครั้งต่อไปจะรายงานให้ทราบในธรรมสารครั้งต่อไป)