รายงานสื่อมวลชน

 

 

 

 

การทำสมาธิ

พัฒนาโครงสร้าง

และการทำงานของสมอง

โดยลูกของพระเจ้า บูดาเปสต์ ฮังการี (ต้นฉบับเป็นภาษาฮังการี)

พระเจ้าไม่ใช่ความคิดที่ไร้ประโยชน์ หรือพ้นสมัย แต่เป็นวัตถุสุดท้ายแห่งการเพ่งเข้าฌาน!

สมองของมนุษย์เป็นหนึ่งในความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอันไม่สามารถอธิบายได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ และความเชื่อที่มีมายาวนานในหมู่นักวิจัยก็คือ บุคคลโดยเฉลี่ยจะใช้แค่ประมาณ 10%ของความสามารถทางสมองของเขา ยิ่งไปกว่านั้นบทบาทของสมองบางส่วนยังคงไม่เป็นที่ทราบกัน ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงหวังว่าจะมีความเข้าใจที่ดีขึ้นในอวัยวะอันสำคัญนี้เพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพการทำงานและความผาสุกของมนุษย์ ดังนั้นจึงไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่าในขณะนี้การวิจัยสมองได้เป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าตื่นเต้นและสำคัญที่สุดทางชีววิทยาและการแพทย์

ท่านอาจารย์ได้พูดถึงอยู่เสมอว่าการทำสมาธิวิถีกวนอิมเป็น “การรักษาทุกอย่าง” ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้เราได้เข้าถึงอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่ยังช่วยพัฒนาชีวิตของเราที่นี่บนโลกอีกด้วย นอกเหนือจากประโยชน์ทางด้านจิตวิญญาณมากมายของมันแล้ว การฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอจะทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีสติปัญญาที่สูงกว่า และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เมื่อเร็วๆนี้เกี่ยวกับสมองได้เริ่มสนับสนุนการยืนยันของท่าน

ยกตัวอย่าง การศึกษาได้แสดงให้เห็นว่าการทำสมาธิเปลี่ยนแปลงรูปแบบของคลื่นสมองและทำให้เกิดความรู้สึกที่มีความสุขที่แท้จริง(i) ยิ่งไปกว่านั้น การวิจัยเมื่อเร็วๆนี้โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียก็ได้ให้มุมมองเพิ่มขึ้นอีกในเรื่องการทำสมาธิมีผลต่อการทำหน้าที่ของสมองอย่างไร(ii) การศึกษาของชาวออสเตรเลียได้พบว่าพระสงฆ์ในศาสนาพุทธมีสมาธิที่ดีกว่าฆราวาสมาก ความสามารถในการมีสมาธิที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ถูกค้นพบว่าหลักใหญ่แล้วเป็นผลมาจากความสามารถของพระสงฆ์ในการควบคุมพฤติกรรมของสมองโดยการกีดกันข้อมูลภายนอกออกไป ซึ่งครั้งหนึ่งเคยคิดว่าเกิดขึ้นอย่างไร้การควบคุม

การศึกษาอื่นๆได้แนะนำว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นพระสงฆ์เพื่อจะเพลิดเพลินกับประโยชน์จากการทำสมาธิ ยกตัวอย่าง การทดลองอันหนึ่งได้ทดสอบเวลาของปฏิกิริยาของอาสาสมัครที่ไม่ได้ทำสมาธิ ในขณะที่พวกเขาทำกิจกรรมต่างๆ และได้สรุปว่าในบรรดาพฤติกรรมทั้งหลายที่ตรวจสอบ มีเพียงการทำสมาธิเท่านั้นที่ให้ผลในการพัฒนาอย่างทันทีในการทำกิจกรรมต่างๆของผู้เข้าร่วม(iii)

ผลจากการทดลองอันอื่นยิ่งสร้างความประหลาดใจมากขึ้น คนทำงานที่นั่งสมาธิในลักษณะหนึ่งๆโดยเฉลี่ยแค่วันละ 40 นาที จะเพิ่มขนาดของคอร์เท็กซ์(cortex)ของพวกเขา ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “สารสีเทา” ของสมอง คอร์เท็กซ์เกี่ยวข้องกับขบวนการให้ความสนใจและการรับรู้ทางประสาทสัมผัส และบริเวณของสมองส่วนนี้จะบางลงไปตามอายุ ดังนั้นการทดลองนี้จึงคาดคะเนว่าการค้นพบของพวกเขา อาจจะอธิบายถึงสาเหตุว่าการทำสมาธิทำให้อายุยืนขึ้นได้อย่างไร พวกเขายังอ้างว่าการทำสมาธิด้วยวิธีการต่างๆกันอาจมีผลถึงการเปลี่ยนแปลงชนิดต่างๆกันในโครงสร้างและหน้าที่ของสมอง

เทคนิคการทำสมาธิก็เป็นหัวข้อของการศึกษาด้วย โดยที่ผู้ถูกทดลองที่ไม่ได้ทำสมาธิถูกขอร้องให้ (ก)เพียงแค่ผ่อนคลายเฉยๆ (ข)ทำสมาธิโดยท่องวลีที่คล้ายกับคำว่า “ฉันมีความสุข” หรือ (ค)ทำสมาธิโดยท่องวลีเช่น “พระเจ้าคือความรัก” จากนั้นนักวิจัยก็ทดสอบความสามารถในการทนต่อความเจ็บปวดของผู้เข้าร่วมทดลอง และพบว่า ผู้ถูกทดลองที่ทำสมาธิถึงพระเจ้าได้คะแนนสูงสุด(iv) ในขณะที่การค้นพบนี้อาจจะไม่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้บำเพ็ญธรรมวิถีกวนอิม แต่มันก็ได้ส่งข่าวสารเชิงลึกต่อผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า ซึ่งเชื่อในความจริงของโลกวัตถุเท่านั้น

การทดลองบางอย่างที่ได้เอ่ยถึงข้างต้นได้กระทำที่สถาบันการศึกษาและสถาบันทางการแพทย์ที่น่านับถือ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยแห่งวิสคอนซินและโรงพยาบาลแมสซาชูเซ็ต และในขณะที่โลกของเรายังคงก้าวพัฒนาต่อไปเรื่อยๆสู่จิตสำนึกทางจิตวิญญาณที่สูงขึ้นในยุคทอง เราก็อาจคาดหวังได้ว่าจะมีการทำวิจัยเช่นนี้มากขึ้นและจะได้รับผลที่น่าประทับใจมากขึ้นด้วย

หมายเหตุ : .(i) การศึกษา: การทำสมาธิเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางไฟฟ้าของสมอง
http://www.news.wisc.edu/10420.html
(ii) การทำสมาธิ เงื่อนงำ ‘การฝึกสมอง
http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/4613759.stm
(iii) การทำสมาธิช่วยสร้างสมอง
http://www.newscientist.com/article.ns?id=dn8317
(iv) ถ้าการทำสมาธิเป็นสิ่งที่ดี พระเจ้าก็ทำให้มันดีขึ้น
http://www.newscientist.com/article.ns?id=mg18725154.300