โดยกลุ่มข่าวนิวยอร์ก (ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ)
นายบลูมเบิร์กซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนคนรวยที่สุดของสหรัฐอเมริกา ปกติเขาไม่ค่อยเปิดเผยความมีใจบุญสุนทานของเขาต่อสาธารณะชน ครั้งนี้เขาอภิปรายการรณรงค์งดสูบบหรี่ต่อสาธารณะชน และให้คำแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยผ่านสื่อทางทีวี แรงดลใจของเขาก็เพื่อให้หน่วยงานที่รณรงค์งดสูบบหรี่ทราบถึงเงินก้อนนี้ บลูมเบิร์กกล่าวว่า เขาต้องการ "จะดึงดูดสิ่งที่ดีที่สุด และหาว่ามีใครที่มีความคิดที่พวกเรายังคิดไม่ถึง" บลูมเบิร์กเลิกสูบบุหรี่มานานเกือบ 30 ปีมาแล้ว ตั้งแต่เขาเริ่มเป็นคู่ปรปักษ์ที่แข็งขันของอุตสาหกรรมบุหรี่ ตั้งแต่เขาเป็นนายกเทศมนตรี เขาให้ดอกเตอร์โทมัส อาร์ ฟรีเดน เป็นคนดูแลการฟื้นฟูสุขภาพของเขา ดอกเตอร์ฟรีเดนเป็นแพทย์สาขาการแพทย์ที่เกี่ยวกับโรคระบาด ผู้ซึ่งให้ความคิดที่แข็งขันในการงดสูบบุหรี่แก่บลูมเบิร์ก ขณะเดียวกัน พวกเขาเริ่มวางแผนหลายด้านที่จะลดการสูบบุหรี่ รวมถึงการเพิ่มภาษีบุหรี่ ผลักดันให้มีการออกกฎหมายเขตปลอดบุหรี่ที่ห้ามสูบบุหรี่ในบาร์และภัตตาคารในเมืองนิวยอร์กทั้งหมด แจกจ่ายสิ่งที่ใช้แทนนิโคตินเพื่อช่วยคนที่เลิกบุหรี่ และทำกิจกรรมให้ความรู้แก่สาธารณะชน เพิ่มการตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงภัยของสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ “ผมคิดว่าเราได้เรียนรู้บางสิ่งที่สำคัญเกี่ยวกับเรี่องที่เราจะชักชวนอย่างไรให้คนเลิกสูบบหรี่” บลูมเบิร์กกล่าวในงานแถลงข่าวแห่งหนึ่ง เขาอธิบายว่า การรณรงค์งดบุหรี่สำหรับโลกยุคใหม่เป็น “การลงทุนทางสังคม” องค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ให้เห็นว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการตายที่คาดการณ์ได้ของโลก แต่ละปีฆ่าคนไป 5 ล้านคน ด๊อกเตอร์แอนเดอร์ส นอร์ดสตอมซึ่งเป็นผู้อำนวยการของ WHO ได้กล่าวว่า “ปัจจุบันมีแรงผลักดันในทางกลับกัน ด้วยหลายประเทศทั้งที่ร่ำรวยและยากจนมีปฏิกริยาที่จะจำกัดการสูบบุหรี่ และช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลิกสูบ” ด๊อกเตอร์แอนเดอร์ส นอร์ดสตอมเห็นด้วยว่า การบริจาคเงินของนายบลูมเบิร์กจะช่วยเพิ่มแรงผลักดันของการรณรงค์การงดสูบบุหรี่ไปได้ดีขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาแวะชม:
|